News

นักลงทุนสัมพันธ์

 

STA เติบโตโดดเด่นรับราคายางธรรมชาติเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ Q1/64 ทำกำไรสุทธิสูงอย่างต่อเนื่องที่ 5,958.5 ล้านบาท พุ่งขึ้น 597.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1.00 บาทต่อหุ้น

Backพฤษภาคม 13, 2564

บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี หรือ STA โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ทุบสถิติทำนิวไฮที่ 5,958.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 597.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายและให้บริการ 31,579.5 ล้านบาท เติบโต 80.6% จากปริมาณการขายและราคายางธรรมชาติในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของอุตสากรรมยานยนต์ รวมถึงราคาถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลที่อัตรา 1.00 บาทต่อหุ้น ส่วนแนวโน้มราคายางไตรมาส 2 คาดปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ค่อยๆ ฟื้นตัวและแรงหนุนของอุตสาหกรรมยานยนต์

นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติครบวงจรอันดับ 1 ของโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯ สามารถทำผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยทำกำไรสุทธิเป็นสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5,958.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 597.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายและให้บริการ 31,579.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเชื่อว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2564

ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปีนี้ที่โดดเด่น มาจากปริมาณการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นและราคายางธรรมชาติในตลาดโลกที่กลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหม่ เนื่องจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในหลายประเทศและภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ค่อยๆ ฟื้นตัว ส่งผลดีต่อความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นเพื่อการผลิตยางล้อ และในขณะเดียวกันยังได้รับผลบวกจากการรับรู้รายได้จากบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยราคาขายเฉลี่ยถุงมือยางในไตรมาสแรกที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นราว 20% จากปลายปีที่ผ่านมา และความต้องการใช้สินค้าที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในไทยและอีกหลายประเทศยังไม่คลี่คลาย และการฉีดวัคซีนก็มีความจำเป็นต้องสวมใส่ถุงมือยาง

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 ในอัตรา 1.00 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 1,538 ล้านบาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 เดือนพฤษภาคมนี้ และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 11 เดือนมิถุนายน 2564

ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมยางธรรมชาติในไตรมาส 2/2564 คาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ค่อยๆ ฟื้นตัว ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศต่างๆ ที่ปรับตัวดีขึ้น จะส่งผลดีต่อทิศทางของราคายางและดีมานด์ในตลาดโลก โดยบริษัทฯ วางเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทำรายได้ในในปีนี้ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท เติบโตกว่า 30% จากปี 2563 ที่มีรายได้กว่า 75,479 ล้านบาท