สารจากประธานกรรมการ

นักลงทุนสัมพันธ์

 

ก้าวต่อไปของศรีตรัง บริษัทฯ จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งการยอมรับในอุตสาหกรรมที่มากขึ้น เพื่อที่จะเน้นย้ำถึงสถานะการเป็นผู้นำในธุรกิจยางธรรมชาติครบวงจรของบริษัทฯ

ปี 2560 นับว่าเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับศรีตรัง จากความผันผวนอย่างรุนแรงของราคายางธรรมชาติที่ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่สำคัญของเราในการดำเนินธุรกิจนี้ แม้ว่าบริษัทฯ จะอยู่ในอุตสาหกรรมยางธรรมชาติมาเป็นเวลากว่า 30 ปี และได้เติบโตมาท่ามกลางความผันผวนของราคายางธรรมชาติมาโดยตลอด กระนั้นก็ตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดยางธรรมชาติในปี 2560 ยังคงเป็นปัจจัยเชิงลบที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ อย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเก็งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในตลาดซื้อขายล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเซี่ยงไฮ้ฟิวเจอร์ ซึ่งมีผลกระทบต่อการบิดเบือนราคาตลาด อันไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทาน

ความผันผวนที่กล่าวมาข้างต้น ปรากฏชัดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 ที่ราคายางธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งได้สร้างมุมมองเชิงบวกต่อตลาดพร้อมกับความหวังที่ว่าราคายางธรรมชาติจะฟื้นตัวภายหลังจากภาวะขาลงที่ต่อเนื่องยาวนานมากว่าหลายปี ทว่าภายหลังจากขึ้นทำจุดสูงสุดแล้วราคายางธรรมชาติจะปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและยากจะคาดการณ์นี้ บริษัทฯ จึงไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ล่วงหน้า อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์และแผนงานเพื่อให้สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

นอกเหนือจากปี 2560 จะเป็นปีที่ราคายางธรรมชาติจะมีความผันผวนอย่างรุนแรงแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งปีที่บริษัทฯ ต้องเผชิญกับราคายางธรรมชาติที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในธุรกิจ บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1.3 ล้านตัน ท่ามกลางสภาพอุตสาหกรรมที่ท้าทายอย่างมากดังที่กล่าวมาข้างต้น

ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทฯ มีการพัฒนาที่สำคัญนั่นคือ บริษัทฯ ได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (“STGT”) ที่ดำเนินธุรกิจถุงมือยางมายาวนานร่วม 30 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจัดเป็นผู้ผลิตถุงมือยางในอันดับต้นๆ ของโลก

การเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ส่งผลให้บริษัทฯ มีอำนาจในการบริหาร STGT อย่างเต็มที่ บริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่าการมีอิสระในการบริหารงานและแผนในการขยายกำลังการผลิตที่คาดการณ์ไว้ จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ถุงมือ “ศรีตรังโกลฟส์” และบริษัทฯ ยังคาดหวังว่าทั้งหมดนี้จะผสานความแข็งแกร่งในการดำเนินงานระหว่าง STGT และธุรกิจกลางน้ำของบริษัทฯ ต่อไป

สถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการขยายกิจการของ STGT จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมถุงมือยางโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการตื่นตัวเรื่องสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ อาทิ จีน อินเดีย และแอฟริกา เป็นต้น อีกทั้ง ราคาของถุงมือยางไม่ได้ผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจและสภาวะแวดล้อมเฉกเช่นกับราคายางธรรมชาติ ส่งผลให้ธุรกิจนี้สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอซึ่งทำให้ภาพรวมของธุรกิจดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมถุงมือยางยาวนานร่วม 30 ปี พร้อมด้วยทีมขายและการตลาดที่แข็งแกร่งที่ช่วยผลักดันกลยุทธ์ในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดและขยายฐานลูกค้าในตลาดใหม่ๆ ให้ประสบความสำเร็จ ในปี 2560 บริษัทฯ จึงสร้างสถิติปริมาณการขายถุงมือยางได้ถึง 16,000 ล้านชิ้น

ก้าวต่อไปของศรีตรัง บริษัทฯ จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งการยอมรับในอุตสาหกรรมที่มากขึ้น เพื่อที่จะเน้นย้ำถึงสถานะการเป็นผู้นำในธุรกิจยางธรรมชาติครบวงจรของบริษัทฯ

ดร. ไวยวุฒิ สินเจริญกุล
ประธานกรรมการ
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
กุมภาพันธ์ 2560