สารจากประธานกรรมการ

นักลงทุนสัมพันธ์

 

นับได้ว่าปี 2563 เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ของกลุ่มศรีตรัง… STA ได้นำบริษัทลูกซึ่งคือ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จอย่างภาคภูมิ โดยตลอดเวลากว่า 31 ปี เราได้เห็นพัฒนาการของ STGT ในการผลิตและจำหน่ายถุงมือยางมาอย่างต่อเนื่อง การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ของ STGT เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ถือเป็นการปลดล็อคมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจถุงมือยางให้เป็นที่ประจักษ์ ช่วยหนุนให้ STGT เติบโตได้อย่างรวดเร็ว และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก้าวสู่อันดับ 3 ของโลกในอุตสาหกรรมถุงมือยางได้อย่างสมศักดิ์ศรี

STA ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะผ่านวิกฤติการณ์ใดๆ STA ยังคงยืนหยัดและเป็นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรมยางพาราในระดับโลก เป็นที่ทราบกันดีว่าปี 2563 เป็นปีที่หลายๆ อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งอุตสาหกรรมยางธรรมชาติเองก็หนีไม่พ้น เราต้องเผชิญกับการบริโภคยางธรรมชาติที่หดตัว จากการปิดโรงงานของลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตยางล้อของเรา ในช่วงต้นปี 2563 นานหลายสัปดาห์ ทำให้มีการประมาณการว่าในปี 2563 ปริมาณการบริโภคยางธรรมชาติจะปรับลดลงสูงสุดในรอบ 5 ปี และด้วยปริมาณการบริโภคยางธรรมชาติที่ลดลงทั่วโลก ทำให้เราต้องเผชิญกับราคายางธรรมชาติที่ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ดี ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสสำหรับผู้ที่มีความพร้อมเสมอ STA สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และธนาคารได้เห็นว่าเราเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่ง และมีความพร้อมสูงที่สุดในอุตสาหกรรมยางพารา ทั้งในเรื่องของเงินทุน ความรู้และประสบการณ์ แม้ว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้น แต่ธุรกิจยางธรรมชาติของเรา ยังสามารถทำกำไรได้ดีสวนทางกับสภาวะตลาด ด้วยเหตุนี้ STA จึงยืนหยัดและเป็นเบอร์ 1 ในใจของลูกค้าและคู่ค้า พร้อมที่จะเติบโตอย่างยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าเดิม เพื่อนำพาอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้ก้าวต่อไป

STA ได้สร้างสถิติใหม่ของกำไรสุทธิของกลุ่มศรีตรัง วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 นำมาสู่โอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ธุรกิจถุงมือยางได้รับโอกาสที่ดีในการเติบโต ฐานของผู้บริโภคได้ขยายตัวไปยังอุตสาหกรรมที่หลากหลาย นอกเหนือจากการใช้งานทางการแพทย์ ซึ่งนับได้ว่าเป็น New Normal ของการบริโภคถุงมือยางที่จะเติบโตต่อไป ขณะที่ธุรกิจยางธรรมชาติ จากการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตและการทำงานอย่างต่อเนื่อง ได้บ่มเพาะกลายเป็นจุดแข็งของคนทำยางที่ต้อง “ยืดหยุ่น และปรับตัวได้เร็ว” และด้วยการขับเคลื่อนของ 2 ธุรกิจหลักนี้ ทำให้ในปี 2563 เราสร้างสถิติใหม่ของการทำกำไรอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส โดยตลอดทั้งปี 2563 STA มีกำไรสุทธิที่ 9,531 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ มา 33 ปี

STA กับความตั้งใจในการตอบแทนสังคม และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เราก้าวต่อไปของ STA ในธุรกิจยางธรรมชาติ เรามีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มปริมาณการขายยางธรรมชาติให้เติบโตพร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค และสำหรับธุรกิจถุงมือยางนั้น การขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องไม่เพียงเพื่อรองรับความต้องการใช้ถุงมือยางที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก แต่ยังเป็นการนำความเจริญเข้าสู่ชุมชน ในการสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง โดยเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทฯ เราอยากสร้างให้จังหวัดตรังกลายเป็น “เมืองของ ถุงมือยางในระดับโลก (Glove City of The World)” อันจะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานของยางพาราไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า พนักงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนกลุ่มบริษัทศรีตรังด้วยดีเสมอมา ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่ากลุ่มบริษัทศรีตรังจะมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ให้สมกับสถานะผู้นำในธุรกิจยางธรรมชาติอย่างครบวงจรอย่างมั่นคงตลอดไป


ดร. ไวยวุฒิ สินเจริญกุล
ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)